






|
 |
สำหรับพิธีรับขวัญ
สิ่งของที่จะต้องเตรียมเพื่อใช้ในพิธี
ได้แก่
๑. จัดบายศรีปากชาม ๑
สำรับ
๒. จัดเครื่องกระยาบวช ๑
สำรับ
๓.
จัดเครื่องสำหรับเจิมหน้าผากเด็ก
อันได้แก่ แป้ง, กระแจะ
และน้ำมันของหอมต่าง ๆ
๔. ขันเล็ก ๆ ใส่น้ำอุ่น
และช้อนเล็ก ๆ ๑ อัน
๕. จัดโต๊ะหมู่บูชา
หรือจัดหิ้งพระ
ให้สะอาดเรียบร้อยเพื่อใช้ทำพิธี
๖.
ข้าวของเครื่องใช้อื่น
ๆ ที่จำเป็น ฯลฯ (ส่วนใหญ่พราหมณ์
หรือผู้ประกอบพิธีจะเป็นคนจัดหา) |
 |
|
เมื่อได้ฤกษ์งามยามดี
บรรดาญาติมิตรก็จะนั่งล้อมกันเป็นวงกลม
ให้เด็กที่จะเข้าพิธีรับขวัญ
นั่งอยู่ตรงกลาง
ผู้อาวุโสจะทำการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
พร้อมทั้งกล่าวคำอัญเชิญเทวดา
ขอให้มาช่วยคุ้มครอง
และเพื่อความสุขสวัสดีแก่เด็ก
ต่อจากนั้นจะนำสายสิญจน์เส้นเล็ก
ๆ
ที่วางอยู่ในพานขึ้นมาเส้นหนึ่ง
ลูบปัดที่แขนและข้อมือของเด็ก
ถือเป็นการปัดเป่าเคราะห์โศกโรคภัย
ให้หายไป
แล้วจึงใช้ด้ายสายสิญจน์นั้น
ผูกข้อมือเด็กเป็นการรับขวัญ
ผู้ทำพิธีจะนำแป้งกระแจะเจิม
ให้เด็กที่หน้าผากแล้วใช้ช้อนตักน้ำ
ในขันที่เตรียมไว้ให้กิน
๕ ช้อน
พร้อมกับกล่าวให้ศีลให้พร
เป็นอันเสร็จพิธี
ต่อจากนั้นญาติมิตรคนอื่น
ๆ ก็จะทำการผูกข้อมือ
รับขวัญจนครบทุกคน
การผูกข้อมือด้ายที่ใช้ผูกบางครั้ง
ก็ไม่ใช่ด้ายเส้นที่ใช้ลูบแขน
แต่จะหยิบเส้นใหม่ผูกให้แทน
จะผูกข้อมือด้านเดียวหรือสองข้าง
ก็ได้ตามแต่นิยมในท้องถิ่นนั้น
ๆ
สำหรับญาติที่พอมีฐานะ
เมื่อทำการผูกสายสิญจน์เสร็จแล้ว
ก็จะรับขวัญต่อด้วยการ
นำสร้อยข้อมือทองคำใส่ให้ด้วย
หลังพิธี
เครื่องบายศรีปากชาม
และเครื่องกระยาบวช
ต้องเอาไปเทเซ่นผีไว้กลางแจ้ง
ของที่เหลือนอกจากนั้น
จะห่อผ้าวางไว้ข้างเบาะจนครบ
๓ วัน
แล้วเอาไปลอยในลำคลอง
หรือแม่น้ำที่ไหลไปมา
เพื่อความเป็นสิริมงคล |
|
 |
|